Net Design Shop : Ready Shopping site
 
 

" Content ประจำเดือน มีนาคม 2558 "



พูดคุยเรื่องเครื่องเขียนต้อง “KTS” เท่านั้น!!

 

มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้...ภาพวาดในจินตนาการของเราเหมือนจริงมากยิ่งขึ้น

ทำให้เราสามารถใช้สิ่งนี้บ่งบอกว่าภาพวาดนี้มีเอกลักษณ์เด่นเช่นไร?

ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้โลกของเราสดใสน่าอยู่ในทุกวัน

เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้เราสามารถบ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกผ่านวัตถุต่างๆได้



***ใบ้ให้ขนาดนี้ หวังว่าเพื่อนๆก็คงรู้แล้ว ว่าหัวข้อในครั้งนี้ต้องเกี่ยวกับอะไร ?***



                                      “สี” (น้ำมัน) นั่นเอง  



สีน้ำมันมีส่วนประกอบมากมาย แต่โดยทั่วๆไป ส่วนประกอบหลักๆ คือ

น้ำมันอบแห้ง(น้ำมันระเหย), น้ำมันเมล็ดงาดำ, น้ำมันวอลนัท, น้ำมันดอกคำฝอย,

และเม็ดสี(สีผง) แต่ในบางยี่ห้ออาจจะผสมน้ำมันลีนซีดมาให้ด้วย

สีน้ำมันเป็นสีที่ค่อนข้างแห้งช้า แต่มีคุณสมบัติที่ทนทานกับสภาพอากาศ

จึงถูกนิยมนำไปใช้ทาลงบนงานวัตถุได้หลายประเภท นอกจาก เฟรมผ้าใบ

เช่น งานตกแต่งบนโลหะและบนไม้ ซึ่งมีประวัติการใช้ครั้งแรกในประเทศอินเดียและจีน

(ใช้ทำงานเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา) ต่อมาในสมัยช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15

ได้มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ในทวีปยุโรป(ยุคศิลปะ Renaissance)

จนในที่สุดได้ถูกนำมาใช้แทนที่ สีฝุ่นเทมเพอรา อย่างถาวร

 


 

งานศิลปะที่โดดเด่นจากการใช้สีน้ำมัน ก็คงจะหนีไม่พ้น...

ผลงานของ ลีโอนาโด้ ดา วินชี่(Leonardo Da Vinci)

กับภาพวาด "โมนาลีซ่า(Mona Lisa)" ในช่วงปี 1503-06  

ซึ่งปัจจุบันถูกเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ ลูฟ(Louvre) เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศษ

เชื่อว่า...หลายๆคนคงเคยได้ยินภาพอันโด่งดังนี้มาแล้ว

 

***ภาพต่อมาเป็นภาพที่เกิดจากงานสีน้ำมันซึ่งน่าสนใจไม่แพ้ภาพ โมนาลีซ่า เช่นกัน***

 

 




 

ภาพนี้เกิดขึ้นจากฝีมือ ของ  " ยาน ฟาล ไอค์ (Jan Van Eyck) "

ในชื่อภาพวาด " ภาพวาดเสมือน จีโอวานนี่ อานอลฟีนี่ และภรรยาของเขา"

(Portrait of Giovanni Arnolfini and his Wife)”



ซึ่งคาดว่าถูกละเลงผลงานขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1434 โดยนาย ยาน ฟาล ไอค์

ได้ใช้เทคนิคต่างๆลงบนภาพนี้ ที่เห็นเด่นชัดที่สุด ก็คือเขาพยายามวาดภาพโดยใช้

หลักเทคนิค Linear Perspective (ทัศนียภาพวิทยา/เน้นแนวเส้นเพื่อบ่งบอกมิติ)

และอาจมีการใช้ Camera Obscura (กล้องทาบเงา) ในการช่วยสร้างเงาลงบนภาพ

นอกจากนี้ ภาพนี้ยังคงมีปริศนามากมายให้น่าค้นหาโดยผู้ชม ยกตัวอย่างเช่น 



           * "สุนัข" ที่อยู่ในภาพบ่งบอกถึง สัญลักษณ์ของความจงรักภักดี
 

           * "สีเสื้อสีเขียว" ของภรรยา ดูเป็นสีแห่งความหวังในการเป็นแม่
 
           * นักวิจารย์หลายคน...เชื่อว่าภรรยาเขาไม่ได้ตั้งครรภ์ แต่นั่นเป็นการแต่งกายที่

              นิยมของผู้หญิงในยุคนั้น(ดูขัดแย้งกับสีเสื้อก่อนหน้านี้)
 
           * "ต้นเชอร์รี่ที่มีการออกผล" นอกหน้าต่าง แสดงถึง ความรักของคู่สมรส และ

               ส้มที่ตั้งอยู่ตรงขอบหน้าต่างเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และอาจมีความ

               หมายเป็นนัย เกี่ยวกับต้นแอปเปิ้ลในสวนเอเด็น (ปริศนานี้? ทำให้ถูกวิจารณ์ว่า

               “แต่งก่อนท้อง” หรือ “ท้องก่อนแต่ง”)
 
           * "ข้างหลังคู่สมรส มีม่านหลังสีแดงเปิดออก" อาจมีความหมายเป็นนัยถึงห้อง

                สมรสหรือการสมสู่ ของคู่นี้
 
           * "กระจกสะท้อน" ที่แสดงให้เห็นว่ามีบุคคลที่สามอยู่ ซึ่งนั่นอาจเป็น นาย ยาน

                ฟาล ไอค์ ที่กำลังเป็นพยานรัก แก่คู่สมรสนี้ และในตัวกระจกที่ไม่มีลอยตำหนิ

                ก็ยังเป็นสัญลักษณ์ความบริสุทธิ์ของ พระแม่มารี (ยังมีการถกเถียงกันอยู่)
 
           * "ที่เหนือหัวเสาของเตียง"(อาจมองยากหน่อย) มีรูปสลักของนักบุญ มาร์กา

                เลต อันเป็นผู้พิทักษ์ของหญิงมีครรภ์ และการให้กำเนิดบุตรทารก
 
           * "เทียนที่ถูกจุดบนโคมเพียงเล่มเดียว" ในตอนกลางวันอาจจะแสดงถึง พิธีการ

                สมรสแบบเฟลมิช
 
           * "ท้ายสุดนี้คือรองเท้าไม้" ที่ถูกถอดอยู่ ตรงมุมซ้ายของภาพน่าจะมีความหมาย

                เป็นนัย ถึงการแสดงความเคารพต่อพิธีสมรสอันศักดิ์สิทธิ์นี้ หรืออาจจะเป็นของ

                ขวัญที่ฝ่ายชายมอบให้ฝ่ายหญิงก็ได้

 

 

                                                          

         



ไม่น่าเชื่อ...ว่า"สีน้ำมัน"จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานอันล้ำค่ามากมายได้ขนาดนี้

และยังคงมีผลงานจากสีน้ำมันที่ถูกทิ้งปริศนาไว้มากมาย

ให้นักวิเคราะห์และผู้ชมอย่างเราต้องค้นหาความหมายกันต่อไป

หวังว่า "สีน้ำมัน" จะเป็นตัวเลือกในการสร้างสรรค์

บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ลงบนผลงานของทุกคน

ดังเช่นภาพของ " นาย ยาน ฟาล ไอค์ "

 

 

Work Cited :

 
- Hall, Edwin, The Arnolfini Betrothal: Medieval Marriage

and the Enigma of Van Eyck's Double Portrait, Berkeley:

University of California Press, 1994, ISBN 0-520-08251-6.

The text is also available from the California Digital Library.

 
- Riding, Alan (6 April 2005). "In Louvre, New Room With

View of 'Mona Lisa'" . The New York Times.  Retrieved 

7 October2007.

 
-  Barry, Carolyn. "Earliest Oil Paintings Found in Famed

Afghan Caves" . National Geographic Society.

Retrieved7 January 2013.

 

 

 

 

Laughing______________________Laughing





 
Member Login